พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

“แมว” นับเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนทั่วโลกนิยมเลี้ยงรวมถึงคนไทย และด้วยความน่ารัก ขี้อ้อน ของน้องแมวก็ทำให้หลายคนตกเป็น “ทาสแมว” โดยสายพันธุ์แมวบนโลกใบนี้ก็มีราว ๆ 250 สายพันธุ์ และในปัจจุบันแมวจะจัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อหามาเลี้ยงได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าก็ยังมีแมวบางสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดติดอันดับต้น ๆ ของโลก วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับเจ้าแมวที่มีราคาแพงที่สุด โดยจะมีสายพันธุ์อะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

1. Ashera

                แมวอาชีร่า (Ashera)เป็นแมวพันธุ์ใหม่ที่คิดค้นผสมพันธุ์โดยทีมงานบริษัท แคลิฟอร์เนีย ไบโอเทค ผสมระหว่างแมวป่าแอฟริกัน (African Surval) แมวเสือดาวเอเชีย (Asian Leopard Cat) และแมวบ้าน มีน้ำหนักมากที่สุดได้ถึง 13.6 กิโลกรัม เป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของเหล่าไฮโซในอเมริกา ราคาของมันจึง “ไฮ” ตามเงินในกระเป๋าของเจ้าของไปด้วย คือสนนราคาเริ่มต้นที่ 22,000 ดอลลาร์ หรือราว 770,000 บาท ส่วนแมวอาชีร่าตัวที่ป้องกันการแพ้ขนแมวได้นั้นเริ่มต้นที่ราคา 28,000 ดอลลาร์ หรือ 980,000 บาท สำหรับ แมวอาชีร่า รูปร่างคล้ายกับแมวบ้านทั่ว ๆ ไปแต่ตัวใหญ่กว่าและมีลักษณะคล้ายกับเสือดาว ถ้ามันยืน 2 เท้า จะสูงถึง 120เซนติเมตร มีอายุเฉลี่ยประมาณ 25 ปี แมวอาชีร่า เป็นแมวที่เลี้ยงง่ายมาก เป็นมิตรมาก ไม่หนีหน้าไปไหน แถมยังร้องเหมียว ๆ อ้อนอยู่บ่อย ๆ และที่เด็ดสุด คือเปิดประตูก็ได้และยังผูกสายจูงให้เจ้านายพาไปเดินเล่นได้อีกต่างหาก มันจึงเหมือนสุนัขมากกว่าอะไรทั้งหมด

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

2. Savannah

                แมวพันธุ์นี้เกิดจากการผสมระหว่างแมวพื้นบ้านกับแมวป่าจากอาฟริกาพันธ์ Serval  ทำให้มันมีลักษณะของแมวป่าอยู่ด้วย  แมวนี้มีตาเหมือนเสือชีต้าร์ หูย้อนไปด้านหลัง มันยังชอบเล่นน้ำ มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ บางตัวสามารถฝีกจนสามารถล่าสัตว์ได้เหมือนสุนัข สายพันธุ์ที่มนุษย์พัฒนา โดยผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวป่ากับแมวบ้าน ทำให้ลูกที่ออกมามีลักษณะตัวใหญ่ ลายเหมือนแมวป่า แต่กลับมีนิสัยเชื่องเหมือนแมวบ้าน และเพราะความพิเศษเหล่านี้เองจึงทำให้มันมีราคาสูงถึง 1.6 ล้านบาท

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

3. Bengal

                การกำเนิดขึ้นของแมวเบงกอล เริ่มโดย คุณ Jean Mills หญิงชาวมลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่หลงใหลในลวดลายของแมวป่า เธอใช้เวลาถึง 20 ปี (เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 หรือ พ.ศ. 2523) ในการพัฒนาให้มีจุด (Spotted ที่ใหญ่และแมวตัวผู้ไม่เป็นหมัน (แมวตัวผู้จะเป็นหมันใน F1 and F2) จนสามารถสร้างจุดให้ใหญ่และมีสีที่ตัดกันในจุดมากขึ้นด้วย และเธอตั้งชื่อสายพันธุ์นี้ว่า เบงกอล ตามชื่อวิทยาศาสตร์ของแมวป่าที่เรียกกันว่า Felis Bengalensis นั่นเอง แมวเบงกอล เป็นแมวขนาดปานกลางถึงค่อนข้างใหญ่ หัวมีความยาวมากกว่ากว้าง เพราะถูกผสมโดยควบคุมลักษณะให้มีรูปร่างคล้ายแมวป่า เพรียว ยาว เห็นมัดกล้ามเนื้อแบบนักล่าชัดเจน โดยจะมีความสูงส่วนสะโพกสูงกว่าความสูงของช่วงไหล่ หางส่วนมากจะมีปลายชี้ลง ใบหูกลม สั้น ตารูปไข่ (Oval) ช่วงโคนหนวดเด่น ช่วงปากและรอบจมูกกลมกว่าแมวบ้าน จุดที่เด่นที่สุดของแมวเบงกอล ได้แก่ ลายและสีขนที่อาจเป็นจุดแบบแมวป่าหรือลายหินอ่อน ปัจจุบันจึงมีราคาเฉลี่ยต่อตัวสูงถึง 800,000 บาท

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

4. Persian

                แมวเปอร์เซีย หรือ Persian Cat คือหนึ่งในสายพันธุ์น้องแมวขนสวยยาวเงางาม และจัดเป็นหนึ่งในสิบสายพันธุ์แมว ที่ได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดบนโลกสายพันธุ์หนึ่ง ด้วยขนที่สวย บวกกับความน่ารัก ความจงรักภักดีต่อเจ้าของ รักความสงบ ไม่ส่งเสียงดังเอะอะ และความฉลาดแสนรู้ของแมวเปอร์เซีย ทำให้น้องแมวสายพันธุ์นี้มัดใจให้หลายคนตกหลุมรักกันแบบถอนตัวไม่ขึ้น มาทำความรู้จักน้องแมวเปอร์เซีย กันให้มากอีกนิด แล้วคุณจะหลงรักน้องแมวเปอร์เซียยิ่งขึ้นไปอีก สายพันธุ์ที่ถูกยกย่องให้ว่าเป็นราชินีแมว เพราะขนสวย รูปร่างดี นิสัยอ่อนโยน เข้ากับคนง่าย ร่าเริงซุกซน ทั้งยังเป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศพันธุ์แรกที่ถูกนำเข้ามาในไทย โดยราคามีหลายระดับขึ้นอยู่กับเกรดของแมว แต่หากเป็นสายพันธุ์นำเข้าจะอยู่ที่ 175,000 บาท

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

5. Peterbald

                ปีเตอร์บัลด์มีความผูกพันกับมนุษย์เป็นอย่างมากและชอบอยู่บนตักของคุณ แมว มีขน 3 ประเภท: ขนสั้นทั้งหมด ขนละเอียด “คล้ายพีช” หรือขนยาวให้ความรู้สึกราวกับกำมะหยี่หรูหรา แมวเข้ากันได้ดีกับแมว สุนัข และเด็ก เนื่องจากแมวมีแนวโน้มขี้เล่น แมวไร้ขนไม่ได้มีแต่พันธุ์ Sphynx อย่างเดียวนะคะ โดยสายพันธุ์นี้มีทั้งแบบมีขนและไม่มีขน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มี และลักษณะเด่นอีกอย่างคือ นิ้วเท้าจะเป็นพังผืดคล้ายตีนเป็ด ลำตัวผอมยาว มีหูขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศรัสเซีย เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Donskoy กับ Oriental Shorthair ปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตัว 160,000 บาท

พาไปทำความรู้จักกับ 6 อันดับ “แมว” ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

6. Sphynx

                แมวพันธุ์สฟิงซ์เป็นแมวที่มีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เป็นแมวที่มีกล้ามเนื้อและน้ำหนักค่อนข้างมาก หูมีขนาดใหญ่และกว้างคล้ายกับหูของค้างคาว ดวงตากลมและกว้างมีรูปร่างเหมือนเลม่อน ด้วยลักษณะของดวงตาทำให้แมวสฟิงซ์น่าเข้าหาและมีความเป็นกันเอง ดวงตาของแมวไม่มีสีที่แน่ชัดสามารถมีได้หลายสี ในแมวมีโหนกแก้มที่เด่นชัดจะทำให้นึกถึงแมวอียิปต์ในตำนาน หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับสายพันธุ์นี้พอสมควร เพราะมีลักษณะเด่นที่พิเศษกว่าใคร ไร้ขนหนานุ่มตลอดทั้งตัว รูปลักษณ์จึงดูน่ากลัวไปสักนิด แต่กลับเป็นแมวที่รักและเป็นมิตรกับเจ้าของมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งยังขี้อ้อน ช่างประจบ และเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าใครอยากเลี้ยง อาจต้องมีเงินหนาสักหน่อย เพราะปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยต่อตัวอยู่ที่ 104,000 บาท

                เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับแมวทั้ง 6 สายพันธุ์ที่เราได้นำมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน บอกเลยว่าแต่ละตัวราคาแพงมาก ๆ และด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการที่ทำให้เจ้าแมวเหล่านี้ สามารถที่จะอัพเกรดตัวเองให้มีสูงชนิดที่ว่าหากเป็นทาสแมวแบบชาวบ้านร้านตลาดทั่ว ๆ ไปคงไม่มีปัญญาที่จะซื้ออย่างแน่นอน

ตะลุย 5 ร้าน โอมากาเสะคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึง !! เดี๋ยวนี้บ้านเรามี ร้านโอมากาเสะ ดี ๆ ให้เลือกทานกันเพียบ ซึ่งแต่ละร้านล้วนมีดีกรีไม่ธรรมดาเลย  บางร้านก็ติดดาวมิชลินกันเลยทีเดียว  โดยแต่ละร้านนั้นก็ได้นำวัตถุดิบอย่างดีมาเป็นส่วนประกอบ  ทั้งสดใหม่  ประหนึ่งเพิ่งขึ้นจากทะเล

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 11 เมนู สู้หวัด มีประโยชน์หาทานได้ง่าย